|

ข่าวดี

cachmfop“จงขอเถิด แล้วท่านจะได้รับ  จงแสวงหาเถิด แล้วท่านจะพบ  จะเคาะประตูเถิด แล้วเขาจะเปิดประตูรับท่าน  เพราะคนที่ขอย่อมได้รับ  คนที่แสวงหาย่อมพบ  คนที่เคาะประตูย่อมมีผู้เปิดประตู” (ลก.11:9-10)  นี่เป็นคำสอนของพระเยซูเจ้าให้เราภาวนาวอนขอจากพระบิดาในสิ่งที่เราต้องการ และพระองค์ยืนยันให้เรามั่นใจว่าพระบิดาของเราจะช่วยในสิ่งที่เราต้องการเสมอ

ที่วัดของเรานี้ มีสัตบุรุษทั้งคาทอลิกและไม่ใช่คาทอลิกมาสวดวอนขอพระพรและความช่วยเหลือต่าง ๆ ทั้งฝ่ายวิญญาณและฝ่ายกายมากมาย   ทุก ๆ วันพุธช่วงพิธีนพวารคุณพ่อจะกล่าวจำนวนผู้มาวิงวอนขอความช่วยจากพระเป็นเจ้า และผู้มาขอบพระคุณสำหรับความช่วยเหลือที่ได้รับ โดยผ่านทางคำเสนอวิงวอนของพระมารดานิจจานุเคราะห์ เฉลี่ยแล้วประมาณ 300 รายในแต่ละสัปดาห์  สิ่งนี้ทำให้เราเห็นว่าพระได้รับฟังเสียงวิงวอนของลูก ๆ ของพระองค์และได้ประทานตามสิ่งที่วอนขอจริง ๆ

วันนี้ในพระวรสารพระเยซูเจ้าได้บอกเราว่า ให้เราเรียกพระเป็นเจ้าว่าเป็นบิดาของเรา โดยธรรมชาติแล้วเราทุกคนมีความไว้ใจในบิดามารดาของตนเอง เรารู้ว่าบิดามารดาพร้อมช่วยเราเสมอในยามที่เราเอ่ยขอความช่วยเหลือ และพระผู้เป็นบิดาของเราก็ต้องการให้เรามั่นใจในความช่วยเหลือของพระองค์เช่นเดียวกัน  “ท่านที่เป็นพ่อ ถ้าลูกขอปลา จะให้งูแทนปลาหรือ ถ้าลูกขอไข่ จะให้แมงป่องหรือ  แม้แต่คนชั่วยังรู้จักให้ของดี ๆ แก่ลูก แล้วพระบิดาจะไม่ประทานพระจิตเจ้าแก่ผู้ที่วอนขอพระองค์มากกว่านั้นหรือ?” (ลก.11:11-13)

มีสัตบุรุษท่านหนึ่งเล่าให้ผมฟังว่า “พระมีจริง ๆ” แล้วท่านก็เล่าให้ผมฟังถึงความช่วยเหลือที่เขาได้รับจากพระเป็นเจ้า  ผมรู้สึกสะกิดใจตอนหนึ่งที่ท่านบอกว่า “เราต้องขอด้วยความไว้ใจและเชื่อว่าพระจะช่วย  ถ้าเกิดความสงสัยพระจะไม่ช่วย” … เรามั่นใจในพระแค่ไหนเมื่อเราสวดวอนขอพระองค์?

นอกจากนั้นพระเยซูเจ้าต้องการให้เราสวดภาวนาวอนขอความช่วยเหลือจากพระองค์ด้วยความพากเพียรและอดทน พระองค์ได้เปรียบเรื่องสมมติว่า   คนหนึ่งมีเพื่อนและไปพบเพื่อนตอนเที่ยงคืนเพื่อขอยืมขนมปังสามก้อน  เพื่อนคนนั้นตอบว่า “อย่ารบกวนฉันเลย เพราะประตูปิดแล้ว และลูก ๆ ของฉันก็เข้านอนแล้ว ฉันลุกขึ้นให้สิ่งใดท่านไม่ได้หรอก”  แต่สุดท้ายเพื่อนก็ลุกขึ้นนำขนมปังไปให้เพราะทนต่อการถูกรบเร้าไม่ไหว   การภาวนาวิงวอนต่อพระเป็นเจ้าบางครั้งต้องใช้ความพากเพียรและอดทนเช่นเดียวกัน 

ข้อคิดในอาทิตย์นี้ ผมอยากจะฝากไว้ว่า เมื่อเราวอนขอพระเป็นเจ้าสิ่งใดสิ่งหนึ่ง  ขอให้เราสวดด้วยความไว้วางใจในพระองค์และด้วยความพากเพียรอดทน ….  จงขอเถิด  แล้วท่านจะได้รับ เพราะผู้ที่ขอก็จะได้รับ  

ข้อคิดสำหรับมิสซา :   พระเจ้าทรงเรียกให้เราใกล้ชิดกับการอธิษฐานภาวนา  เพื่อจะได้ใกล้ชิดกับพระองค์  ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ก็ต้องการการสนทนา และมีเวลาอยู่ใกล้ชิดกัน อาศัยการอธิษฐานภาวนา  เราแสดงให้เห็นว่า เราขึ้นอยู่กับพระเจ้า และเราไว้วางใจในพระองค์

บทอ่านที่ 1 (ปฐมกาล  18:20-32)  บทอ่านที่ 2 (โคโลสี 2:12-14)   พระวรสาร  (ลูกา 11:1-13)

This entry was posted on Friday, July 23rd, 2010 at 10:10 am and is filed under สารวัดพระมหาไถ่. You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. You can leave a response, or trackback from your own site.

Leave a Reply