|

ข่าวดี 10 พฤศจิกายน 2013

อาทิตย์ที่ 32 เทศกาลธรรมดา

ข่าวดี

พระเยซูเจ้านั่งลงและมองดูผู้คนที่กำลังใส่เงินลงบนถาดเงินทาน พระองค์ได้เห็นผู้คนมากหน้าหลายตาเข้ามาในพระวิหารเพื่อทำบุญ มีใครสักคนรู้สึกตัวว่าพระองค์ทรงมองพวกเขาอยู่ไหม? หญิงยากจนคนหนึ่งมีเงินติดตัวเพียงสองเหรียญ เธอได้ถวายมันทั้งหมด พระเยซูเจ้ารู้ว่าเธอได้ถวายเงินทั้งหมดที่เธอมี เธอได้ให้ชีวิตทั้งหมดของเธอในการทำบุญเช่นนี้ ส่วนคนอื่นๆ นั้นได้ถวายเงินในส่วนที่เหลือใช้ของพวกเขา ไม่น่าแปลกใจเลยที่บรรดาพระสงฆ์เห็นค่าเงินบริจาคเหล่านั้นมากกว่าเงินสองเหรียญของหญิงม่ายนี้ แต่พระเยซูเจ้าทรงให้ความสำคัญในความใจดีและเงินตราของหญิงม่ายผู้นี้ในมุมมองที่ต่างออกไป หญิงนั้นสังเกตเห็นพระเยซูเจ้าหรือไม่? เธอได้เข้าไปที่พระวิหารและสงสัยว่าเธอได้ทำบางอย่างให้สำเร็จไปโดยการถวายเงินจำนวนน้อยนิดนั้นหรือไม่? เธอกังวลใจว่าเธอได้ทำบุญเพียงพอหรือเปล่า? เธอได้เปรียบเทียบตัวเธอกับคนอื่นๆ ณ ที่บริจาคเงินหรือไม่? คนอื่นๆ ในพระวิหารสังเกตเห็นเธอหรือเปล่า? บรรดาสานุศิษย์ของพระองค์คือผู้ที่ได้ฟังพระเยซูเจ้าอธิบายถึงความใจดีของหญิงนั้นว่ามีความหมายอย่างไร หญิงนั้นได้ยินพระเยซูเจ้าพูดถึงเธอหรือไม่? เธอได้ออกจากพระวิหารไปด้วยใจสงบสุขในสิ่งที่เธอได้ถวายหรือเปล่า? ประกาศกเอลียาห์ได้พบหญิงม่ายอีกผู้หนึ่ง ซึ่งคนนี้มีน้อยจนไม่เพียงพอสำหรับทั้งตัวเองและลูกชายที่จะกิน เอลียาห์ได้ขออาหารจากเธอ หญิงนั้นก็ได้นำสิ่งที่เหลืออยู่อันน้อยนิดมาตระเตรียมเพื่อเป็นอาหารสำหรับพวกเขาทั้งสามคน ความใจดีอันน่าทึ่งก็มีอยู่ในเหตุการณ์นี้ด้วย ประกาศกเอลียาห์ได้บอกหญิงนั้นว่า อย่ากลัวเลย เธอจะได้รับการตอบแทนด้วยอาหารมากมายจนเพียงพอ เอลียาห์พูดถูกทีเดียว พระเจ้าได้อวยพรหญิงนั้น ความกลัวอันใดที่หญิงในพระวิหารนั้นมีในวันที่พระเยซูเจ้าเห็นเธอ? อะไรทำให้เธอถวายสิ่งที่เธอมีทั้งหมดไป? เธอหวังอะไรในวันข้างหน้าหรือไม่?

เราไม่สามารถฟังเรื่องราวเหล่านี้โดยปราศจากความสงสัยที่จะถามตัวเองว่า เราเป็นคนใจดีหรือไม่? ใจดีเพียงพอหรือเปล่า? อย่ากลัวเลย!

คุณพ่อจิตตาภิบาล

มุมจริยธรรม :………จริยธรรมจากพระวาจาในอาทิตย์นี้ยังคงเกี่ยวข้องกับชีวิตในสวรรค์ ขอตอกย้ำคำสอนของชาวคริสต์อีกครั้งหนึ่งคือ พระเป็นเจ้าที่เราเชื่อมั่นนั้นเป็นพระแห่งผู้เป็นไม่ใช่ผู้ตาย  คำพูดนี้ตีความได้ว่า ชาวคริสต์เราต้องยึดหลักจริยธรรมที่ส่งเสริมชีวิต และปฏิเสธทุกสิ่งที่จะมาทำลายชีวิต ภาคปฏิบัติเราจึงห้ามการทำแท้ง และห้ามการฆ่าที่เรียกว่าการุญฆาต เด็กบางคนเกิดมาอาภัพไม่มีพ่อแม่ หรือพ่อแม่ปฏิเสธ ชาวคริสต์จึงต้องมีโรงเลี้ยงเด็กกำพร้าเพื่อยืนยันในหลักความเชื่อดังกล่าว คนเราเมื่อถึงวัยชรา ชาวคริสต์เราเชื่อว่าชีวิตเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์และมีศักดิ์ศรี เหตุนี้จึงมีบ้านคนชรา บ้านที่ให้ความสงบใจกับผู้สูงวัยและผู้ใกล้จะสิ้นใจ และแม้แต่เมื่อเขาตาย ชาวคริสต์ก็ให้ความเคารพต่อร่างของผู้ตาย ไม่ดูหมิ่น เราจึงมีพิธีศักดิ์สิทธิ์สำหรับผู้ตาย ฯลฯ ในเดือนที่เราระลึกถึงผู้ล่วงลับไปแล้วนี้ ขอให้เราคิดถึงความหมายของชีวิตให้ลึกซึ้งและสรรเสริญพระเมตตาของพระเจ้าเถิด

ให้เราถวายเกียรติแด่พระด้วยการแต่งกายสุภาพในวิหารของพระองค์ (มธ.22:12)

This entry was posted on Friday, November 8th, 2013 at 8:46 pm and is filed under Uncategorized. You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. You can leave a response, or trackback from your own site.

Leave a Reply